ตะไคร้

ชื่อสามัญ : Lemongrass
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cymbopogon citrates DC. Stapf.
ชื่ออื่น : ภาคเหนือเรียกว่า จะไคร้ ใต้-มลายู เรียกว่า ไคร้
ถิ่นกำเนิด : แถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
ฤดูกาล : ตลอดปี
แหล่งปลูก : ปลูกได้ทุกภาคของประเทศไทย

สรรพคุณทางยา : ใบ แก้ไข้ ลดความดันโลหิต เหง้า บำรุงไฟธาตุ แก้เบื่ออาหาร แก้กระษัย ขับลมในลำไส้ แก้ปัสสาวะพิการ แก้นิ่ว ทั้งต้นตะไคร้ช่วยขับลม ลดอาการปวดท้อง จุกเสียด แก้หืด บำรุงธาตุ ขับเหงื่อ ขจัดอาการอ่อนเพลีย ปวดหลัง ประจำเดือนมาไม่ปกติ โรคลม นอกจากนี้ยังช่วยรักษาโรคเบาหวาน
คุณค่าอาหาร : ตะไคร้ 100 กรัม ให้พลังงาน 126 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 25.5 กรัม โปรตีน 1.2 กรัม ไขมัน 2.1 กรัม แคลเซียม 35 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 30 มิลลิกรัม เหล็ก 2.5 มิลลิกรัม ไนอะซิน 2.2 มิลลิกรัม วิตามินบี1 0.05 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.02 มิลลิกรัม วิตามินซี1 มิลลิกรัม

ลักษณะ : ตะไคร้เป็นพืชล้มลุกตระกูลหญ้า มีอายุหลายปี ขึ้นเป็นกอ ลำต้นสั้นตรง มีข้อและปล้องสั้นแข็งจะมีใบเลี้ยงซ้อนสลับกันหนาแน่น กาบใบเป็นแผ่นยาวโอบซ้อนกันจนแข็ง ใบเป็นใบเดียว เรียวยาว ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบคม มีขนเล็กน้อยสีขาว เป็นช่อกระจาย
การกิน : ตะไคร้เป็นเครื่องเทศที่ใช้แต่งกลิ่นแต่งรสอาหารในอาหารไทย และใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องแกง เช่น น้ำพริกแกงทุกชนิด ใส่ในข้าวยำปักษ์ใต้ ต้มยำ ต้มเนื้อ ฯลฯ ตะไคร้ยังช่วยดับกลิ่นคาว โดยเฉพาะอาหารทะเลและเนื้อสัตว์ และนำมาแต่งกลิ่นขนมนึ่ง ขนมผิง เป็นต้น

แหล่งที่มา แสงแดด . ผัก 333 ชนิด คุณค่าอาหารและการกิน . กรุงเทพฯ : แสงแดด , 2548 .