แคแสด

พรรณไม้สวยงาม

Home         page 9        Next

ดอกพุทธชาด

                         

ลักษณะทั่วไป

พุทธชาดเป็นไม้กึ่งยืนต้นกึ่งเลื้อย   มีขนาดต้นสูง 1-2 เมตร  ขนาดใบยาว 6 ซม.  ออกใบเป็นคู่ตรงข้ามกัน  ดอกขนาดเล็กสีขาว กว้าง 1.5 ซม. ดอกดกออกเป็นช่อ ดอกมี 6 กลีบหรือ 7 กลีบ มีกลิ่นหอมแรงมากในเวลากลางคืน ดอกบานไม่พร้อมกัน ดอกดกและออกดอกตลอดปี

การปลูกและดูแลรักษา

พุทธชาดเป็นไม้กลางแจ้ง ต้องการแสงแดดจัด   ขึ้นได้ในดินทุกชนิด  แต่ต้องสามารถกักเก็บความชื้นได้ดี

ฤดูกาลออกดอก  

พุทธชาดเป็นไม้ที่ออกดอกเกือบตลอดทั้งปี

ต้น       พุทธชาดเป็นไม้กึ่งเลื้อย กึ่งต้น หรือเป็นไม้รอเลื้อย เป็นไม้ที่มีเถาแข็งมีอายุหลายปี กิ่งก้านที่ออก   ใหม่ ๆ จะมีสีเขียวสด กิ่งแก่จัดจึงจะเป็นสีน้ำตาล เถากลมเกลี้ยง กิ่งเปราะหักง่าย
ใบ       เป็นไม้ใบเดี่ยว ออกใบตรงข้ามกันตามข้อต้น ใบมนรูปไข่ มีสีเขียวเป็นมัน ปลายใบมนหรือทู่หรือบาง  ใบอาจอาจมีติ่งแหลมเล็กน้อย
ดอก      ออกดอกเป็นช่อที่ส่วนยอดของกิ่ง และตามข้อต้น ออกดอกแน่นดอกสีขาวมี 6-8 กลีบ ดอก มีขนาดเล็ก คล้ายดอกมะลิ โคนกลีบดอกจะหลอมติดกันเป็นหลอด มีกลีบเลี้ยงสีเขียวรองรับอยู่ ดอกมีกลิ่นหอมแรงมากและยังสามารถส่งกลิ่นหอมอบอวลไปได้ไกลอีกด้วย

 


การปลูก

พุทธชาดมีวิธีการปลูกโดยการนำกิ่งที่ได้จากการปักชำ มาปลูกลงดินโดยขุดหลุมปลูกให้มีความกว้างลึกประมาณ 1 x 1 ฟุต แล้วรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก เช่น ขี้ไก่ หรือขี้ค้างคาว ประมาณ 1/4 ของหลุม กลบดินเล็กน้อยแล้ววางกิ่งปักชำลงกลางหลุม กลบดินให้แน่น รดน้ำให้ชุ่ม เหมาะที่จะปลูกให้เลื่อยบนเรือนร้านหรือซุ้มประตู

การดูแลรักษา

แสง   พุทธชาดเป็นไม้กลางแจ้ง ที่ต้องการแสงแดดมากพอสมควร จึงควรเลือกบริเวณที่ปลูก ที่สามารถได้รับแสงอย่างเต็มที่

น้ำ      ต้องการน้ำปานกลางในระยะแรกปลูกต้องรดน้ำให้ดินมีความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลาเมื่อต้นโตแล้ว   ให้รดน้ำวันละครั้งในช่วงเช้าก็พอ

ดิน      ชอบขึ้นในดินร่วนปนทราย ที่มีการระบายน้ำได้ดี หรืออาจจะใช้ดินร่วนที่มีส่วนผสมของขี้เถ้าแกลบ ก็ได้

ปุ๋ย      
เมื่อต้นโตแล้วให้ใส่ปุ๋ยคอก บริเวณโคนต้นปีละ 2 ครั้ง เพื่อบำรุงไม่ให้ต้นโทรม
   

โรคและแมลง      

ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคและแมลงมากนัก เพียงแต่ให้คอยตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง กิ่งที่หักหรือเสียก็ให้เอาออก พร้อมกับให้เก็บกวาด ใบที่ทำลาย โดยการเผาไฟ

การขยายพันธุ์      ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด การปักชำกิ่ง และการตอน

     

ดอกสร้อยทอง


ลักษณะทั่วไป

     สร้อยทอง เป็นไม้ตัดดอกที่มีการปลูกในประเทศไทยมานาน จนมีความรู้สึกว่าเป็นไม้ตัดดอกที่ปลูกได้ทั่วไป โดยตัดดอกได้ข้ามปี ปลูกครั้งหนึ่ง สามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณ 3 ปี จึงรื้อแปลงปลูกใหม่ในแต่ละรอบปีสามารถเก็บผลผลิตได้ประมาณ 3 ครั้ง ในประเทศไทยนิยม ใช้ประกอบกับดอกไม้อื่น เพื่อบูชาพระหรือพิธีกรรมทางศาสนา จึงทำให้ราคาช่วงวันพระหรือวันสำคัญทางศาสนา เช่น วันเข้าพรรษา หรือวันตรุษจีน มีราคาสูงถึงกำละ 20-25 บาท

สร้อยทองมีลักษณะ

    ลำต้นแตกแขนง มีพุ่มสูงประมาณ 30-100 ซ.ม. ใบมีรูปร่างยาวรี ยาวประมาณ 10-12 ซ.ม. ใบมีสีเขียวเข้ม ใบช่วงบนลำต้นจะเล็กกว่าใบช่วงล่าง ดอกมีสีเหลืองอ่อนถึงเหลืองเข้ม ช่อดอกเป็นแบบกลุ่ม คือมีดอกย่อยๆ เล็กๆ อยู่ภายในช่อดอก โดยช่อดอก เหล่านี้จะมีก้านดอกสั้นๆ ติดอยู่กับก้านชูดอก ก้านช่อดอกจะตั้งฉากกับลำต้น ขนาดของช่อดอกค่อนข้างเล็ก เมื่อดอกบานเต็มที่จะมีขนาดประมาณ 1 ซ.ม.

การขยายพันธุ์สร้อยทอง

        ทำได้โดยใช้เมล็ด ซึ่งการเพาะควรทำ ในภาชนะลึกประมาณ 1-2 ซ.ม. กลบด้วยวัสดุเพาะบางๆ เมล็ดจะงอกภาย ใน 14-40 วัน การเพาะไม่ควรปิดหรือคลุมภาชนะ เพราะจะทำให้เมล็ดงอก ไม่ดี การแยกกอควรใช้หน่อที่ไม่แก่เกินไป โดยการขุดต้นขึ้นมาทั้งกอ ล้างดินออกให้หมดก่อนจึงแยกหน่อ แต่ละหน่อควรมีรากติดอย่างน้อย 3 ราก ตัดรากและใบออกครึ่งหนึ่งเพื่อลดการคายน้ำ แล้วจึงนำไปปลูกในแปลงหรือ ชำในวัสดุชำต่อไปสร้อยทองเป็นไม้กลางแจ้ง แปลงปลูกจึงควรมีแสงส่องได้ทั่ว ถึงตลอดวัน เพราะทนต่ออากาศร้อนได้ดี อุณหภูมิที่เหมาะสมประมาณ 30- 40 องศาเซลเซียส ส่วนดินสามารถขึ้นได้ในดินเกือบทุกชนิดที่มีอินทรียวัตถุสูง มีความชื้นสม่ำเสมอ แต่ไม่ชอบแฉะ

 

ดอกแก้ว

 

ลักษณะทั่วไป

    แก้วเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลางสูงประมาณ 5–10 เมตร ทรงพุ่มไม่เป็นระเบียบ ใบออกเป็นช่อ เป็นแผงเรียงสลับกัน ใบเป็นมันสีเขียวเข้ม ขอบใบเรียบเป็นคลื่นเล็กน้อย ออกดอกเป็นช่อใหญ่ ช่อสั้น ออกตามปลายกิ่ง กลิ่นหอม ดอกบานเต็มที่ขนาด 2–3 เซนติเมตร ผลรูปไข่ รี ปลายทู่ มีสีส้ม ภายในมีเมล็ด 1–2 เมล็ด

การขยายพันธุ์

เพาะเมล็ด , ตอนกิ่ง

สภาพที่เหมาะสม

ดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย แสงแดดจัด

ถิ่นกำเนิด จีน เกาหลี อินเดีย และภูมิภาคอินโดจีน

 

 

หน้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 /ผู้จัดทำ ...


 

 

 

 

 


 **********************************************************