พระสมเด็จบางขุนพรม

ผู้สร้าง

"เสมียนตราช้าง" ผู้เป็นต้นตระกูล "ธนโกเศศ" โดยได้นิมนต์สมเด็จพระพุฒาจารย์(โต พรหมรังสี) จากวัดระฆัง เป็น ประธานฝ่ายสงฆ์ ร่วมปลุกเสกโดยได้บรรจุลงกรุไว้ในเจดีย์องค์ใหญ่ ณ วัดใหม่อมตรส เมื่อ พ.ศ.2413 จำนวน 84,000 องค์

ศิลปสกุลช่าง

สกุลช่างสิบหมู่ ช่างหลวง ยุครัตนโกสินทร์ ควบคุมการสร้างโดย หลวงวิจารเจียรนัย

 

อายุการสร้าง

สร้างประมาณปี พ.ศ.2413 ก่อนสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) มรณภาพ 2 ปี

 

องค์ประกอบพระ

มีการรวบรวมผงพุทธคุณต่าง ๆ และผงอันเป็นมงคล ผสมรวมกัน เช่นเดียวกับพระสมเด็จวัดระฆัง โดยมีปูนเปลือกหอยเป็นวัสดุหลัก ที่มีเนื้อหามวลสารต่างจากสมเด็จวัดระฆัง เพราะว่าเป็นการสร้างต่างวาระ อายุการสร้างต่างกัน และจำนวนสูตรผสมที่แตกต่างกันด้วย

 

ลักษณะวรรณะพระ

เป็นพระเนื้อผงสีขาว มีทั้งเนื้อหยาบและละเอียด ถ้าขึ้นจากกรุก่อนจะมีคราบกรุน้อยถ้าขึ้นภายหลังจะมีคราบมาก จับตามองค์พระ คราบกรุจะมีลักษณะคล้ายฟองเต้าหู้แข็งหลุดล่อนได้ยาก

 

พุทธลักษณะ

เป็นพระปางสมาธินั่งประทับบนฐานสามชั้นภายในเส้นซุ้มครอบแก้ว
ลักษณะโดยรวมเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดประมาณ 2.2 ซม X 3.5 ซม



ข้อมูลพิเศษ

เนื่องจากพระสมเด็จบางขุนพรหมเป็นพระที่มีการบรรจุกรุตามคติความเชื่อของผู้สร้าง ทำให้องค์พระปรากฏคราบกรุจับทุกองค์ จะมากน้อยขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่อยู่ในกร ุเนื่องจากมีการลับลอบขุดกรุ และเปิดกรุถึง 2 ครั้ง คือในปี พ.ศ.2485 เนื่องจากมีอุทกภัยครั้งใหญ่ที่กรุงเทพฯ พระที่ขุดในครั้งนี้จะมีคราบกรุจับน้อย เรียกว่า พระกรุเก่า ส่วนพระที่ได้จากการเปิดกรุอย่างเป็นทางการครั้งใหญ่ในปีพ.ศ. 2500 นั้น จะมีคราบกรุจับหนา อันเป็นปฏิกิริยาตามธรรมชาติของปูนเปลือกหอย เมื่อได้รับความชื้นสูง พระที่ได้ในครั้งนี้จึงถูกเรียกว่าพระกรุใหม่ และเนื่องจากพระสมเด็จบางขุนพรหมเป็นพระที่ได้รับความนิยมอย่างมากรอง จากพระสมเด็จวัดระฆังจึงทำให้มีการทำเทียมกันมาก โดยอาศัยน้ำยาจากสารเคมีสร้างคราบขี้กรุ เพื่อปิดบังองค์พระทำให้ยากต่อการพิจารณา นับเป็นสิ่งที่ทุกท่านพึงระวัง



HOME
adirek.com