HOME

พระนางพญา

สีขององค์พระม ีดังนี้

๑. สีตับเป็ด
๒. สีดอกพิกุลแห้ง
๓. สีอิฐ
๔. สีแดง
๕. สีหัวไพลแห้ง
๖. สีขมิ้นชัน
๗. สีเขียวมะกอกดิบ
๘. สีเขียวครกหิน
๙. สีดำ
๑๐. ดอกจำปี
๑๑. สีเขียว


เนื้อพระนางพญาแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

          - เนื้อละเอียดปนเนื้อหยาบ แก่ว่าน

          - เนื้อหยาบ คล้ายพระผุ ไม่สวยงามน่าดูสักเท่าไหร่

          - เนื้อแก่แร่ เนื้อพระชนิดนี้จะปรากฏมวลสารเม็ดใหญ่ๆโผล่ขึ้นมาให้เห็นชัดเจน


          การสร้างพระเครื่องแต่ละครั้งครูบาอาจารย์จะนิยมสร้าง 84.000 องค์เสมอ การจัดสร้างพระพิมพ์แต่ละครั้งจะมีแม่พิมพ์หลายอัน แม่พิมพ์แต่ละ อันพิมพ์ได้ครั้งละ 3 องค์ คือพิมพ์ออกมาติดกันสามองค์ แล้วนำมาตัดแยกออกด้วยตอก ส่วนต่างๆขององค์พระก็มีผิดเพี้ยนไปบ้าง แต่สภาพยังคงอยู่ดังเดิม พระพิมพ์เดียวกันบางครั้งก็คลาดเคลื่อนผิดเพี้ยนไปได้ สภาพของดินที่นำมาสร้างพระก็มีส่วนทำให้การพิมพ์พระคลาดเคลื่อนพระพิมพ์เดียวกันบ้างครั้งก็คลาด เคลื่อนผิดเพี้ยนไปได้ เนื่องจากขณะที่พิมพ์พระลงไปในแม่พิมพ์ใหม่ๆดินยังสดและชื้น แต่พอนำไปเผาก็มีการหดตัวตามธรรมชาติทำให้รูปทรงต่างๆขององค์ พระผิดเพี้ยนไป เช่น เบี้ยวไปบ้าง ยาวไปบ้าง งอบ้าง แอ่นไปบ้าง ขึ้นอยู่ที่อุณหภูมิของไฟที่เผา เซียนพระมักจะสรุปหาว่าผิดพิมพ์บ้าง พระเก๊บ้าง ขนาด เซียนยังลงความเห็นพระแท้พระจริงเป็นพระผิดพิมพ์ พระเก๊ ต่อไปภายหน้าพระแท้พระจริงก็จะหายไปจากวงการ คงเหลือไว้แต่พระนางพญาที่พระเกจิอา จารย์และเซียนสร้างขึ้นใหม่เท่านั้น แม้แต่พระนางพญารุ่นที่สร้างและปลุกเสกแจกจ่ายแก่ทหารที่ไปรบ ปัจจุบันยังมีสภาพเดิมๆและดูใหม่ เซียนพระก็ยังมอง เป็นพระผิดพิมพ์และพระเก๊ไปแล้ว คงต้องปล่อยให้พระนางพญาแท้แสดงความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ออกมาให้พิสูจน์ความเก่าแก่ของท่านเองแล้ว ของจริง ของแท้แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ก็ยังคงดำรงความเป็นของแท้และของจริงอยู่อย่างนั้นตลอดไป


adirek.com