Back
จตุคามรามเทพ
          มีคำที่เกี่ยวข้องกับประวัติของพระองค์ท่านท้าวจตุคามรามเทพ หลายคำเหมือนกันเช่น จันทรภาณุ ซึ่งคำกล่าวว่าเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งที่ท่านท้าวจตุคามรามเทพทรงเชี่ยวชาญ ซึ่งสามารถสาปแช่งศัตรูผู้ใดจะถึงกาลวินาศได้ จนเป็นที่มาของอีกคำหนึ่งที่มีคนขนานนาม พระองค์ท่านท้าวจตุคามรามเทพว่า พญาพังพกาฬ และชื่ออีกชื่อหนึ่งของพระองค์ท่านก็คือ องค์ราชันต์จตุคามรามเทพ

         องค์จตุคามรามเทพเป็นเพียงพระองค์เดียวที่มีที่มาเป็นเรื่องเป็นราว ทีเดียวว่าองค์ท้าวจตุคามรามเทพก็คือชื่อในสมัยต่อมาของเจ้าชายรามเทพผู้ที่มีวิชาอาคมแก่กล้า และบรรลุวิชาจตุคามศาสตร์ซึ่งน่าจะเป็นศาสตร์ดั้งเดิมของคนที่อาศัยอยู่ในทางดินแดนปักษ์ใต้ของไทยเมื่อครั้งสมัยโบราณ เนื่องจากพระมารดาของเจ้าชายรามเทพนั้นเดิมก็เป็นสามัญชนที่ถูกยกย่องว่ามีวิชาที่เก่งกล้า ได้รับการขนานนามว่า นางพญา และพระนางก็ได้รับแต่งตั้งเป็นพระราชินีของกษัตริย์ราตะแห่งอาณาจักรทะเลใต้
          ลักษณะของ เท้าขัตตุคามนั้นจะมีลักษณะนั่งแบบตั้งอกตั้งใจ ขึงขังเอาจริงเอาจังกับภารกิจของพระองค์ท่าน จะนั่งยกเข่าขึ้นแต่ขึ้นไม่เต็มที่เหมือนท่าเตรียมพร้อม และขาอีกข้างหนึ่งก็พับไปด้านหลังแบบตรง ๆ เหมือนพร้อมที่จะลุกหรือพร้อมที่จะทำงานได้ตลอดเวลา ส่วนเท้ารามเทพ พระองค์ทรงประทับนั่งอย่างสบายสบายมากกว่า ชันเข่าด้านหนึ่งขึ้นเต็มที่ ขาที่พับอีกด้านหนึ่งก็พับไปทางด้านข้างอย่างเต็มที่มากกว่าท่านเท้าขัตตุคาม เมื่อพิจารณาดูจากกริยาท่าทางของรูปปั้นของทั้งสองพระองค์ก็มีความแตกต่างกันพอสมควร ก็มีความเป็นไปได้ว่ารูปปั้นทั้งสองนั้นเป็นคนละพระองค์กัน คำที่อาจจะเปลี่ยนมาจากขัตตุคามเป็น จตุคาม คงอธิบายได้อย่างไม่ยากนักเพราะการออกเสียงว่าขัตตุคาม และจตุคาม นั้นคำหลังสามารถที่จะออกเสียงได้ง่ายกว่ากันเยอะ เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไปคำที่ใช้เรียกก็อาจเปลี่ยนแปลงไปได้ไม่น่าจะมีปัญหาใดระหว่างคำว่า ขัตตุคามและคำว่าจตุคาม



adirek.com

HOME