ข้อควรระวังในการใช้สมุนไพรดังนี้
อาการที่ไม่การรักษาด้วยตนเองโดยการใช้สมุนไพร


การใช้สมุนไพรรักษากลุ่มโรคหรือกลุ่มอาการดังกล่าวข้างต้น แล้วให้หยุดใช้เมื่ออาการหายไป  แต่ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน  หรือถ้าผู้ป่วยที่มีอาการโรคดังกล่าวที่รุนแรงต้องรีบนำส่ง- โรงพยาบาลทันที  ไม่ควรรักษาโรคด้วยตนเอง  อาการที่กล่าวได้แก่
                6.1.1  ไข้สูง (ตัวร้อนจัด)  ตาแดง  ปวดเมื่อยมาก  ซึมและเพ้อ
                6.1.2  ไข้สูง  ตัวเหลือง  อ่อนเพลียมาก 
และอาเจียน
                6.1.3  ปวดท้องอย่างแรงบริเวณสะดือ  หรือบริเวณท้องด้านขวาล่าง  เวลาเอามือกดเจ็บปวดมากขึ้น  หน้าท้องแข็ง  อาจมีอาการท้องผูก  และมีไข้ร่วมด้วย  ซึ่งเป็นอาการของไส้ติ่งอักเสบ
                6.1.4  ปวดท้องรุนแรงมากอาจมีอาการตัวร้อน  และคลื่นไส้  อาเจียน  อาจเป็นอาการของกระเพาะอาหาร  หรือลำไส้ทะลุ
                6.1.5  อาเจียน  หรือไอเป็นเลือด  อาจเป็นโรคร้ายแรงของกระเพาะอาหาร  หรือปอด
                6.1.6  ท้องเดินอย่างรุนแรงอุจาระเป็นน้ำ  และอาจมีลักษณะคล้ายน้ำซาวข้าว  ถ่ายติดต่อกันอย่างรวดเร็ว  อ่อนเพลียมาก  ตาลึก  ผิวหนังแห้ง  ซึ่งอาจเป็นอาการของอหิวาตกโรค
                6.1.7  ถ่ายอุจาระเป็นมูกเลือด  อุจาระเป็นน้ำ  ถ่ายบ่อยมาก  อาจถ่ายถึง 10 ครั้งต่อชั่วโมง  เพลียมาก  อาจเป็นโรคบิดรุนแรง
                6.1.8  อาการของโรคคอตีบในเด็ก  โดยเฉพาะอายุไม่เกิน 12 ปี  มีไข้สูง  ไอมาก  หายใจมีเสียงผิดปกติคล้ายมีอะไรติดในลำคอ  หรือมีอาการหน้าเขียวด้วย
                6.1.9  มีอาการตกเลือดเป็นเลือดสดๆ จากทางใดก็ตามโดยเฉพาะทางช่องคลอดต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

 

โรคร้ายแรง 

โรคเรื้อรังหรือโรคที่ยังพิสูจน์ไม่ได้แน่ชัดว่าสามารถรักษา ด้วยสมุนไพรได้ ไม่ควรใช้สมุนไพรรักษาโรคด้วยตนเอง  เช่น  งูพิษกัด  สุนัขบ้ากัด  บาดทะยัก  กระดูกหัก  มะเร็ง  วัณโรค  กามโรค  ความดันโลหิตสูง  เบาหวาน  โรคเรื้อน  ดีซ่าน  หลอดลมอักเสบเรื้อรัง  ปอดบวม (ปอดอักเสบ)  อาการบวม  ไทฟอยด์  โรคตาทุกชนิด  ควรไปพบแพทย์  และต้องมีการตรวจโดยใช้ห้องปฏิบัติการเพื่อประกอบการรักษา

adirek.com