1. คุณประโยชน์ของผักไม้กวาด หรือ กุยช่าย

ผักไม้กวาดหรือที่เรารู้จักกันในนามของกุยช่าย เป็นผักที่นิยมรับประทานกับก๋วยเตี๋ยวผัดไทย หรือจะผัดผักรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆก็อร่อยอย่าบอกใครเชียว นอกจากนี้ยังทำเป็นขนมกุยช่าย เป็นที่นิยมรับประทานกันอีกด้วย คุณรู้หรือไม่ว่าผักไม้กวาดหรือกุยช่ายยังเป็นสมุนไพรรักษาโรค ได้อีกด้วยเช่นแก้อาการปัสสาวะขัด คือใช้เมล็ดแห้งต้มรับประทาน หรือว่าจะทำเป็นยาเม็ด หรือยาผงรับประทานก็ได้บำรุงน้ำนม เชื่อกันว่าคุณแม่หลังคลอดบุตรใหม่ๆให้รับประทานแกงเลียง หรือกุยช่ายจะช่วยให้น้ำนม ได้ดีรักษาโรคหูน้ำหนวก นำใบสดมาคั้นให้ได้น้ำ แล้วนำมาทาในรูหู แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลม และแก้ท้องผูก ผัดผักรับประทานหรือนำใบสดมาคั้นเอาแต่น้ำ และดื่ม เพราะว่าผักไม้กวาดหรือกุยช่าย มีกากใยอาหารช่วยกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวได้ดีแก้ฟกช้ำ นำใบสดมาตำให้ละเอียดและนำไปพอกตรงบริเวณที่เป็นจะช่วยแก้ได้เมื่อรู้คุณประโยชน์ของผักไม้กวาดหรือกุยช่ายแล้ว หันมารับประทานในวันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในวันหน้า

2. ธาตุเจ้าเรือนคืออะไร
ตามทฤษฎีการแพทย์ไทย กล่าวว่า คนเราเกิดมาในร่างกายประกอบด้วยธาตุทั้งสี่ ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งในแต่ละ คนจะมีธาตุหลักเป็นธาตุประจำตัว เรียกว่า "ธาตุเจ้าเรือน" ซึ่งธาตุเจ้าเรือนนี้มี 2 ลักษณะ คือธาตุเจ้าเรือน เกิด ซึ่งจะเป็นไปตามวันเดือนปีเกิด และธาตุเจ้าเรือนปัจจุบันที่พิจารณาจากบุคลิก ลักษณะ อุปนิสัย และภาวะด้านสุขภาพ กายและใจว่าสอดคล้องกับลักษณะ ของบุคคลธาตุเจ้าเรือนอะไร
เมื่อธาตุทั้งสี่ในร่างกายสมดุลบุคคลจะไม่ค่อยเจ็บป่วย หากขาดความสมดุลมักจะ เกิดความเจ็บป่วยด้วย โรคที่เกิดจากจุดอ่อนด้านสุขภาพของแต่ละคนตามเรือนธาตุที่ขาดความสมดุล ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกัน ปัญหา ความเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นสิ่งที่สามารถช่วยได้ระดับหนึ่งในเบื้องต้นคือ พฤติกรรมการบริโภคอา หารของแต่ ละคนในชีวิตประจำวันโดยใช้รสของอาหารคุณลักษณะที่เป็นยามาปรับสมดุลของร่างกาย เพื่อป้องกันความเจ็บป่วย

ธาตุดิน
ลักษณะของธาตุดินคือ คนที่เกิดเดือน 11,12,1, หรือ ตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม รูปร่างลักษณะสูงใหญ่ ผิวค่อนข้างคล้ำผมดกดำ กระดูกใหญ่ ข้อกระดูกแข็งแรง น้ำหนักตัวมาก ล่ำสัน เสียงดังหนักแน่น
ควรรับประทานอาหารที่มีรสฝาด หวาน มัน และเค็ม เช่น มังคุด ถั่วต่างๆ หัวมันเทศ ผักกระโดน กล้วยดิบ ดอกขจร ดอกโสน ยอดฟักทอง ผักกูดผัดน้ำมันงา แกงป่า และเครื่องดืม เช่น น้ำอ้อย น้ำมะพร้าว น้ำแห้ว น้ำข้าวโพด น้ำฟักทอง
เกร็ดน่ารู้ ผู้มีธาตุเจ้าเรือนเป็นธาตุดิน มักจะไม่ค่อยเจ็บป่วย

ธาตุน้ำ
ลักษณะของธาตุน้ำคือ คนที่เกิดเดือน 8,9,10 หรือ กรกฎาคม, สิงหาคม, กันยายน
ลักษณะรูปร่างสมบูรณ์ สมส่วน ผิวพรรณสดใส เต่งตึง ตาหวาน น้ำในตามาก ท่าทางเดินมั่นคง ผมดกดำ ทนหิว ทนร้อน ทนยืนได้ดี เสียงโปร่ง ความรู้สึกทางเพศดี อากัปกิริยามักเฉื่อย และค่อนข้างเกียจคร้าน
ควรรับประทานอาหารที่มีรส เปรี้ยว และขม เช่นมะนาว ส้ม มะเขือเทศ แกงขี้เหล็กปลาย่าง แกงส้มดอกแค ผัดมะระใส่ไข่ ห่อหมกใบยอ และเครื่องดื่ม เช่น น้ำมะนาว น้ำใบบัวบก น้ำกระเจี้ยบ
เกร็ดน่ารู้ ผู้ที่มีธาตุเจ้าเรือนเป็นธาตุน้ำ ในช่วงอายุแรกเกิด ถึง 16 ปี มักจะมีอาการเป็นหวัดคัดจมูก ตาแฉะ ในฤดูหนาว จะเจ็บป่วยง่าย

ธาตุลม
ลักษณะของธาตุลมคือ คนที่เกิดเดือน 5,6,7, หรือ เมษายน, พฤษภาคม, มิถุนายน
ลักษณะรูปร่างโปร่ง ผอมบาง ผิวหนังหยาบกร้าน ข้อกระดูกมักลั่นเมื่อเคลื่อนไหว ขี้อิจฉา ขี้ขลาด รักง่าย หน่ายเร็ว ทนหนาวไม่ค่อยได้ นอนไม่ค่อยหลับ ช่างพูด เสียงต่ำ ออกเสียงไม่ชัดเจน ความรู้สึกทางเพศไม่ค่อยดี
ควรรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ดร้อน เช่น ต้มข่าไก่ ต้ำมยำกุ้ง แกงหอยขมใส่ใบช้าพลู และเครื่องดื่ม เช่น น้ำขิง น้ำตะไคร้ น้ำข่า
เกร็ดน่ารู้ ผู้ที่มีธาตุเจ้าเรือนเป็นธาตุลม ในช่วงอายุ 32 ปีขึ้นไป มักจะมีอาการเวียนหัว หน้ามืด เป็นลม ง่าย ในฤดูฝนจะเจ็บป่วยง่าย

ธาตุไฟ
ลักษณะของธาตุไฟคือ คนที่เกิดเดือน 2,3,4 หรือ มกราคม, กุมภาพันธ์, มีนาคม
ลักษณะรูปร่าง มักขี้ร้อน ทนร้อนไม่ค่อยได้ หิวบ่อย กินเก่ง ผมหงอกเร็ว มักหัวล้าน ผม ขน และหนวด อ่อนนิ่ม ไม่ค่อยอดทนใจร้อน ข้อกระดูกหลวม มีกลิ่นปากกลิ่นตัวแรง ความต้องการทางเพศปานกลาง
ควรรับประทานอาหารที่มีรส ขม เย็น และจืด เช่น ผัดผักบุ้ง ผัดสายบัวใส่พริก แกงส้มมะรุม แกงจืดมะระ ยำผัดกะเฉด และเครื่องดื่ม เช่น น้ำใบเตย น้ำแตงโมปั่น น้ำเก็กฮวย
เกร็ดน่ารู้ ผู้ที่มีธาตุเจ้าเรือนเป็นธาตุไฟ ในช่วงอายุ 16-32 ปี มักจะหงุดหงิดง่าย อารมณ์เสียบ่อย เป็นคนเจ้าอารมณ์ ในฤดูร้อนจะเจ็บป่วยง่ายอาจเป็นไข้ตัวร้อนได้ง่าย

 

3. มารู้จักกับผลิตภัณฑ์บำรุงผม
เมื่อตอนที่แล้วเรากล่าวถึงเรื่องเส้นผม และเราก็ได้รู้จักลักษณะของเส้นผมแล้ว ตอนนี้เรามาทำ ความรู้จักกับผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมกันในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมต่างๆออกมาให้เลือกใช้กันอย่าง มากมายมีทั้ง แชมพูสระผม ครีมนวดผม เบบี้ออยล์ เซรั่ม และทรีตเม้นต์ต่างๆในการบำรุงดูแลเส้นผม แต่ที่เราจะกล่าวถึงเป็นผลิตภัณฑ์แค่บางส่วนเท่านั้น

เซรั่ม ที่เราจะพูดถึงคือเซรั่มสำหรับผมแห้งเสียแตกปลาย ปัญหาของผมแห้งแตกปลายที่จริงแล้วมา จากแกนในของเส้นผมที่ขาดความชุ่มชื้นซึ่งเซรั่มนี้จะเข้าไปเคลือบเส้นผมหรือสมานรอยแตก ของเส้นผมได้ในระยะหนึ่งซึ่งเซรั่มก็จะช่วยแก้ปัญหาได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น อย่างไรก็ดีควรที่จะ ดูแลบำรุงรักษาเส้นผมตั้งแต่ต้น และถ้าเส้นผมสุขภาพดีก็จะไม่มีปัญหาของเส้นผมแห้งแตกปลาย แน่นอน

ครีมบำรุงผมแบบไม่ต้องล้างออก ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์บำรุงผมแบบไม่ต้องล้างออกมีมากมายหลากหลายให้เลือกใช้ ซึ่งครีมบำรุงผมแบบ นี้มีประโยชน์มากเมื่อชโลมผมครีมก็จะเคลือบที่เส้นผม และช่วยเก็บความชุ่มชื้นของผมทำ ให้ผม ไม่แห้งเสียในขณะที่โดนความร้อนของไดร์เป่าผม แล้วยังเพิ่มความเงางามให้กับเส้นผมอีกด้วย

ครีมบำรุงเส้นผมแบบเข้มข้น เป็นครีมที่ใช้สำหรับผมเสีย คือผมแห้ง ชี้ฟู และจัดทรงยาก ครีมบำรุง เส้นผมแบบเข้มข้นนี้จะแทรกลึกเข้าไปในเส้นผมเพื่อช่วยบำรุงเส้นผมให้มีสุขภาพของเส้นผม ที่ดีขึ้น

เจลสำหรับแต่งทรงผม เจลใส่ผมมีให้เลือกทั้งแบบอ่อน และแบบแข็ง ซึ่งเจลแบบอ่อนเหมาะสำหรับ กับผมดัดเป็นลอน เพราะช่วยให้ผมที่หยิกเป็นลอนอยู่ทรง สำหรับผมลีบแบน หรือผมเส้นเล็กไม่เหมาะ ที่จะใส่เจลเพราะจะทำให้ผมลีบแบนติดศรีษะมากขึ้น

แว็กซ์ใส่ผม เหมาะกับคนผมหยิกเป็นลอน และผมสั้นซึ่งจะช่วยในการจัดทรงได้ง่ายขึ้น แว็กซ์ใส่ผมนี้ ไม่เหมาะกับผมลีบแบน หรือผมเส้นเล็ก เพราะน้ำหนักของแว็กซ์จะทำให้ผมลีบแบนติดหนังศรีษะ ไม่น่าดู นอกจากแว็กซ์ใส่ผมจะช่วยจัดแต่งทรง ง่ายแล้วยังลดการเกิดไฟฟ้าสถิตย์อีกด้วย

 

4. รู้เรื่องเส้นผม
รู้เรื่องเส้นผม
ลักษณะเส้นผมของคนเราไม่เหมือนกันมีทั้งเส้นผมหนา ผมเส้นเล็ก ผมสั้น ผมยาว บ้างผมสั้นเหมือนกัน ผมยาวเหมือนกัน แต่ลักษณะเส้นผมไม่เหมือนกัน ทำให้การบำรุงและรักษาดูแลก็จะแตกต่างกันไปตาม ลักษณะของเส้นผม เรามาทำความรู้จักเส้นผมก่อนการบำรุงนะคะ

ผมแห้ง ลักษณะของผมแห้งคือ ผมที่ขาดน้ำหนัก ไม่มีน้ำมันจากหนังศรีษะมาหล่อเลี้ยงทำให้ผมแห้ง และไม่มีความเงางามของเส้นผม และอาจจะส่งผลทำให้ผมแห้งเสียแตกปลาย เกิดรังแค และหนังศรีษะแห้ง สาเหตุสำคัญของการเกิดผมแห้งเสีย คือการย้อม ดัด กัดสีผม โดนความร้อนจาก ไดร์เป่าผม ความร้อนจากแสงอาทิตย์ การว่ายน้ำในสระ หรือน้ำทะเลก็ทำให้ผมแห้งเสียได้ ปัญหาเหล่านี้ถ้าเราปล่อยละเลยและไม่บำรุงจะทำให้เส้นผมแห้งเสียอย่างรุนแรงได้ดังนั้นสำหรับผมแห้ง
ควรใช้ครีมนวดผมหลังสระและนวดบริเวณหนังศรีษะเพื่อกระตุ้นให้หนังศรีษะสร้างน้ำมันมาหล่อเลี้ยง
เส้นผมเพื่อเพิ่ม ความชุ่มชื้น

ผมมัน เนื่องจากมีการผลิตน้ำมันจากหนังศรีษะมากจนเกินไปทำให้ดูเหนียวเหนอะหนะ และมีฝุ่น ละอองมาเกาะตามเส้นผม ทำให้ผมขาดชีวิตชีวา จัดแต่งทรงผมยากเพราะฉะนั้นคนที่มีผมมันหมั่นสระ ผมบ่อยๆไม่ต้องใช้ครีมนวด แต่ถ้าต้องใช้ก็นวดตรงบริเวณปลายผม เพราะถ้านวดบริเวณหนังศรีษะก็ จะกระตุ้นให้หนังศรีษะผลิตน้ำมันออกมามากยิ่งขึ้น

ผมเส้นเล็ก ลักษณะของผมเส้นเล็กเป็นผมลีบแบนติดหนังศรีษะ แต่เนื่องจากผมเส้นเล็กเป็นผมที่เรียง กันสวย ไม่ยุ่งเหยิง เพราะฉะนั้นเราควรจะใช้ผลิตภัณฑ์อ่อนโยน และไม่เข้มข้นในการสระและนวด เพราะถ้าเราใช้ครีมชโลมผมมากเกินไปก็จะทำให้ผมดูลีบแบน เข้าไปอีก ดูไม่สวยงาม ดังนั้น เราควร เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับเส้นผมนะ

ผมธรรมดา จะไม่ค่อยมีปัญหาอะไรเพราะผมธรรมดาจะมีสมดุลในตัวอยู่แล้วทำให้เส้นผมมีความนุ่ม สลวย เงางาม ผมธรรมดาจึงใช้ผลิตภัณฑ์ได้ง่ายในการดูแลบำรุงเส้นผม แต่ถึงอย่างไรก็ต้องใช้ผลิต ภัณฑ์ที่เหมาะ สมกับเส้นผมถึงจะดี

ผมหยักศก ลักษณะของผมหยักศกคือหยิกตามธรรมชาติแล้วแต่ว่าผมจะหยิกมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับพันธุกรรม ผมหยักศกจะจัดแต่งทรงค่อนข้างยากเพราะว่าจะจัดแต่งทรงได้เพียงไม่กี่ทรง เนื่องจากผมจะดูชี้ฟูและแห้งฉะนั้นในการดูแลผมหยักศกเบื้องต้นคือใช้แชมพูที่มีความอ่อนโยนต่อ
เส้นผมเวลาแปรงผมควรแปรงด้วยความอ่อนนุ่มและเบามือ และไม่ควรหวีผมหรือแปรงผมบ่อย หรือถ้าผมดูยุ่งก็ใช้มือสางเบาๆได้ นอกจากนี้เวลานวดผมควรนวดบริเวณหนังศรีษะเพื่อกระตุ้นให้ มีการบำรุงตามธรรมชาติ หลังจากนั้นนวดกลางผมไล่ไปถึงปลายผม ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์แบบเจลจะ ดีกว่า เพราะจะช่วยลาดความหยาบกระด้างของเส้นผมได้

ผมเส้นหนาเป็นผมที่มีน้ำหนักดูนุ่มสลวยเวลาสะบัดผมจะดูพลิ้วไหวมีชีวิตชีวาไม่ลีบแบนติดหนังศรีษะ
ลักษณะของผมหนาเวลาสระผมต้องล้างให้สะอาดเพราะถ้าล้างไม่สะอาดอาจมีสารเคมีตกค้างที่เส้นผมได้
อย่างไรก็ตามอย่าขาดการบำรุงดูแลเส้นผม เพราะถ้าขาดการบำรุงผมจะดูยุ่ง ฟู และขาดน้ำหนักได้

ผมย้อม ดัด กัด โกรก หรือผมเสีย ในปัจจุบันนิยมที่จะย้อม ดัด กัดโกรกเส้นผมกันมากขึ้นเพื่อให้เข้า กับบุคลิก เนื่องจากการกระทำกับผมแบบนี้อาจส่งผลทำให้ผมแห้งเสียได้เราจึงต้องใส่ใจดูแลบำรุงมาก กว่าผมแบบอื่นเป็นพิเศษ ฉะนั้นการอบไอน้ำก็จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเส้นผม ทำให้ผมนุ่มมากขึ้น และการหมักผมอาทิตย์ละ 1 ถึง 2 ครั้ง ก็ช่วยให้ดีขึ้นได้ ดังนั้นควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยน และมีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงเส้นผม แต่ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เพื่อผมที่ทำสี ย้อม ดัด กัด โกรกโดยตรง

ผมตรงยาว เป็นผมที่ดูแลค่อนข้างง่ายแต่ก็ไม่สามารถจะละเลยในการดูแลได้ เพราะว่าผมตรงที่ยาว มากๆปลายผมก็จะต้องได้รับการดูแลด้วยเพื่อป้องกันไม่ให้ปลายผมแห้งแตกปลาย ดังนั้นเวลาสระผม จึงต้องล้างผมให้สะอาด และบำรุงด้วยครีมนวดผมเวลานวดควรนวดบริเวณปลายผมเพื่อเพิ่มความ ชุ่มชื้น เพราะน้ำมันธรรมชาติไม่สามารถมาเลี้ยงถึงปลายผมได้ เพราะฉะนั้นอย่างขาดการดูแลไม ่อย่างนั้นแล้วผมแห้งแตกปลายแน่

5. พักสายตากันเถอะ

ถ้าเราต้องใช้สายตาในการอ่านหนังสือ หรืออยู่หน้าคอมพิวเตอร์นานๆ ก็จะทำให้สายตาเมื่อยล้าได้ ดังนั้นเรา ควรพักผ่อนสายตาบ้างเพื่อให้ไม่เกิดการเมื่อยล้า อย่างเช่น
การเอาฝ่ามือทั้งสองข้างมากุมไว้เฉยๆ ที่ดวงตาประมาณครึ่งชั่วโมง สายตาก็จะผ่อนคลาย และหายเครียดได้
หรือการกะพริบตาบ่อยๆ ก็ช่วยได้นะ โดยปกติคนเราก็กะพริบตาอยู่แล้ว แต่ถ้าเราลองกะพริบตาสัก 1-2 ครั้ง ภายใน 10 วินาที ก็เหมือนกับการออกกำลังกายของกล้ามเนื้อตา
หรือใช้น้ำเย็นให้ดวงตาสดชื่น ก็จะเหมือนกับการล้างหน้าแต่จะเน้นบริเวณที่ดวงตา แต่ไม่ต้องแรงมากนะ แค่นี้ก็จะช่วยได้แล้ว เป็นวิธีง่ายๆที่ช่วยทำให้สายตาได้ผ่อนคลายของกล้ามเนื้อตา และเป็นพักผ่อนสายตาอีกด้วย

6. สีจากสมุนไพรธรรมชาติ

สมัยก่อนการทำอาหารหรือขนมไทยส่วนใหญ่ ก็จะใช้สีที่ได้มาจากสมุนไพรตามธรรมชาติ เพื่อช่วยเพิ่มสีสัน และความหอมทำให้ขนมไทยชวนน่ารับประทานยิ่งนัก นอกจากจะปลอดภัยแล้วยังมีประโยชน์จากสมุนไพร นั้นๆอีกด้วย เรามาดูกันว่ามีสมุนไพรอะไรบ้าง
สีแดง ได้จากกระเจี๊ยบและฝาง ทำให้ขนมมีสีแดง อย่างเช่นทับทิมกรอบ ซ่าหริ่ม และขนมชั้น ประโยชน์ของฝางนั้นเป็นยาบำรุงเลือดสำหรับผู้หญิง ขับหนอง และทำให้เลือดเย็น ประโยชน์ของกระเจี๊ยบ ช่วยขับปัสสาวะ ลดความดัน ช่วยระบาย ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน

สีดำ เป็นสีที่ได้มาจากกาบมะพร้าวเผา และดอกดิน ดอกดินเป็นพืชกาฝากชนิดหนึ่ง มีสีม่วงเข้ม นิยมมาทำขนมเปียกปูน และขนมดอกดิน ประโยชน์ของดอกดิน คือบำรุงร่างกาย แก้พิษฝี และถอนพิษได

สีเหลือง นี้ได้จากดอกโสนและขมิ้น ขนมหรืออาหารที่ได้จากสีเหลือง เช่น แกงเหลือง ขนมขี้หนู ประโยชน์ของดอกโสน แก้ร้อนใน กระหายน้ำ และยังมีฤทธิ์สมานแผล เป็นยาแก้ปวดมวนท้อง ประโยชน์ของขมิ้น เป็นยาบำรุงธาตุ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องร่วง

สีเขียว ส่วนมากมักจะได้จากใบเตยมีกลิ่นหอม นิยมแต่งสีและกลิ่นให้อาหารหรือขนมมีสีเขียว และหอมน่ารับประทาน เช่นลอดช่อง ขนมขี้หนู ขนมชั้น ซ่าหริ่ม ประโยชน์ของใบเตย แก้กระหายน้ำ ขับปัสสาวะ และช่วยบำรุงหัวใจให้ชุ่มชื่น

สีน้ำเงิน เป็นสีของดอกอัญชัญ และถ้าบีบมะนาวลงไปเล็กน้อยก็จะกลายเป็นสีม่วง นิยมใช้ทำขนมเรไร ช่อม่วง ประโยชน์ของดอกอัญชัญ แก้อาการตาฟาง บำรุงสายตา ดับกระหาย เป็นยาระบายอ่อนๆ และขับปัสสาวะ

 

7. อาหารช่วยชะลอความแก่

การรับประทานอาหารที่ถูกหลักอนามัยก็จะช่วยทำให้สุขภาพดี และยังช่วยปัดเป่าจากโรคภัยอันเกี่ยวกับความแก่ได้อีกด้วย เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง และอัลไซม์เมอร์ ฉะนั้นเราัหันมาสะสมอาหารเพื่อชะลอความแก่กันเถอะ เรามาดูกันว่ามีอาหารอะไรบ้าง ที่ช่วยชะลอความแก่
น้ำมันมะกอกเวอร์จินหรือน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ เป็นส่วนหนึ่งในการปรุงอาหาร เช่นใส่ในน้ำสลัดเล็ก น้อย หรือผัดผัก ประโยชน์ของน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ช่วยบรรเทาอาการโรคไขข้อได้

ขนมปังโฮลวีต การรับประทานขนมปังโฮลวีต 3 แผ่นต่อวัน สามารถลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็ง โรคหัวใจ และเบาหวานชนิด 2 ลงไปได้ 3 เท่า

ส้ม เป็นผลไม้ที่รับประทานง่าย เพราะเรารู้ว่าในส้มมีวิตามินซี และวิตามินซีนี้ จัดว่าดีต่อการสร้างคอลลาเจนใหม่ในผิว จึงทำให้ผิวแน่น และอิ่มเอิบ ทางออสเตรเลียได้ค้นคว้าและพบว่า ส้มมีไฟโตเคมิเคิลต่างๆรวมกว่า 170 อย่าง ส้มจึงมีประโยชน์ช่วยป้องกันการอักเสบ ต่อสู้กับโรคมะเร็ง และยังสามารถป้องกันโรคโลหิตอุดตันอีกด้วย

ถั่วแดง เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับต้านความแก่ เพราะในถั่วแดงมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ และมีโปรตีนช่วยช่อมแซมร่างกาย มีธาตุเหล็กช่วยในการกระตุ้นพลังงาน วิตามินบี และแมกนีเซียม กากใยยังช่วยลดคอเลสเตอรอลด้วย

เมล็ดทานตะวัน เต็มไปด้วยกรดไขมันปกป้องผิวไม่แห้งหยาบกร้าน ทำให้สุขภาพผิวดี ในเมล็ดทานตะวันยังมีสังกะสีที่ช่วยเยียวยาบาดแผล โปรตีนช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน และวิตามินอี

ปลาแซลมอน เต็มไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ปลาแซลมอนยังดีกับผิวพรรณ และยังช่วยปกป้องผิว และเนื้อเยื่อภายใต้ผิวต่อการทำลายจากแสงแดด แต่ยังไงก็ต้องใช้ครีมกันแดดด้วยนะ

ผักขม มีธาตุเหล็ก แอนตี้ออกซิแดนท์ และเซซานตินช่วยต่อสู้กับอาการสายตาที่แย่ลง และมักจะเกิดกับผู้สูงอายุ

ขมิ้น เป็นผงสีเหลืองที่ใส่ในแกงกะหรี่ ในขมิ้นมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยป้องกันของโรคอัลไซม์เมอร์ เพราะฉะนั้นเลี่ยงกะทิมันๆ และเลือกผักที่เต็มไปด้วยออกซิแดนท์ ถั่ว และแกงกะหรี่ซีฟู้ดแทน

อโวคาโด เต็มไปด้วยวิตามินอี และกลูทาไธวัน อโวคาโดยังมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ต้านความแก่ที่ดี ที่สุดอีก นอกจากนี้ยังมีวิตามินบี 6 และวิตามินซี กับแร่ธาตุแมกนีเซียมซึ่งช่วยในการสร้างฮอรโมน ความสุขเซโรโทนินและโดพามีน เพราะฉะันั้นถ้าเรารับประทานอโวคาโดเป็นประจำ ก็จะส่งผลต้านความชราอย่างสูงสุด

แครอท เรารู้กันอยู่แล้วว่าในแครอทมีสารเบต้าแคโรทีน และแอนตี้ออกซิแดนท์ นอกจากนี้ยังพบว่าถ้ารับประทานแครอทเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็ง และยังมีสุขภาพของดวงตาที่ดีอีกด้วย

บลูเบอร์รี่ เป็นผลไม้ที่มีพลังแอนตี้ออกซิแดนท์มากกว่าผลไม้อื่นๆ และบลูเบอร์รี่ยังช่วยการประสานงานในร่างกายของเราเมื่อแก่ตัวลง เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์อีกหนึ่งชนิด อย่าได้ลืมรับประทานเชียวนะ

แอปเปิ้ล มีสารเกอซิตินซึ่งเป็นแอนตี้แดนท์ต้านการอักเสบ และยังช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่อยู่ในร่างกาย ถ้าเรารับประทานแอปเปิ้ลเป็นประจำจะช่วยให้ปอดแข็งแรง และลดความเสี่ยงของโรคหอบหืดอีกด้วย

 

adirek.com

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

The spa

หน้าแรก

ความหมายของสปา

ประเภทของสปา

อุปกรณ์สปา

สปาด้วยตนเอง

เกร็ดความรู้

คณะผู้จัดทำ

 

เกร็ดความรู้